วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ผลการเลือกตั้ง



ผลการเลือกตั้ง



พรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.
จำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขต
จำนวน ส.ส. แบบสัดส่วน
รวม
เพื่อไทย
204
61
265
ประชาธิปัตย์
115
44
159
ภูมิใจไทย
29
5
34
ชาติไทยพัฒนา
15
4
19
พลังชล
6
1
7
ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
5
2
7
รักประเทศไทย
-
4
4
รักสันติ
-
1
1
มาตุภูมิ
1
1
2



    พรรคร่วมรัฐบาล


พรรคการเมือง
จำนวน ส.ส.
เพื่อไทย
262
ชาติไทยพัฒนา
19
ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
9
พลังชล
7
มหาชน
1


รวม
298

มรดกโลก

มรดกโลก (อังกฤษ: World Heritage Site; ฝรั่งเศส: Patrimoine Mondial) คือสถานที่ อันได้แก่ ป่าไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ทะเลทราย อนุสาวรีย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึงเมือง ซึ่งคัดเลือกโดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงคุณค่าของสิ่งที่มนุษยชาติ หรือธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา และควรจะปกป้องสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร เพื่อให้ได้ตกทอดไปถึงอนาคต
ใน พ.ศ. 2553 มีมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 911 แห่ง แบ่งออกเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 704 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 180 แห่ง และมรดกโลกแบบผสม 27 แห่ง ตั้งอยู่ใน 151 ประเทศ[1][2]โดยอิตาลีเป็น ประเทศที่มีจำนวนมรดกโลกมากที่สุด คือ 44 แห่ง แม้ว่ายูเนสโกจะอ้างอิงถึงมรดกโลกแต่ละแห่งด้วยหมายเลข แต่การขึ้นทะเบียนในหลายครั้งก็จะผนวกเอามรดกโลกที่ได้ขึ้นทะเบียนไปแล้ว เข้าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกที่มีพื้นที่มากขึ้น ดังนั้นจึงมีหมายเลขมรดกโลกเกิน 1,200 ไปแล้วแม้ว่าจะมีจำนวนมรดกโลกน้อยกว่าก็ตาม
มรดกโลกแต่ละแห่งเป็นทรัพย์สินของประเทศที่เป็นเจ้าของดินแดนที่มรดกโลกตั้ง อยู่ แต่ได้ถูกพิจารณาให้เป็นผลประโยชน์ของประชาคมระหว่างประเทศในการอนุรักษ์ มรดกโลกแห่งนั้น
ในปัจจุบัน มีมรดกโลกทั้งหมด 830 แห่ง ใน 138 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 644 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 162 แห่ง และอีก 24 แห่งเป็นแบบผสมทั้งสองประเภท โดยมีการแบ่งออกเป็น 5 พื้นที่ ได้แก่ แอฟริกา อาหรับ เอเชียแปซิฟิก ยุโรป - อเมริกาเหนือ และ อเมริกาใต้ - แคริบเบียน
หมายเหตุ: มรดกโลกในประเทศตุรกีและรัสเซียนั้น นับรวมเข้ากับทวีปยุโรป




ลำดับของประเทศที่มีแหล่งมรดกโลกมากที่สุด

     ลำดับประเทศ / รวม
  1. อิตาลี / 41
  2. สเปน / 40
  3. จีน / 35
  4. เยอรมนี / 32
  5. ฝรั่งเศส / 31
  6. สหราชอาณาจักร / 27
  7. อินเดีย / 27
  8. เม็กซิโก / 27
  9. รัสเซีย / 23
  10. สหรัฐอเมริกา / 20
การแบ่งประเภทของมรดกโลก
 มรดกโลกแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ มรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage) และ มรดกทางธรรมชาติ (Natural Heritage) ซึ่งในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกได้ให้คำนิยามไว้ว่า 
               มรดกทางวัฒนธรรม หมายถึง สถานที่ซึ่งเป็นโบราณสถานไม่ว่าจะเป็นงานด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม หรือแหล่งโบราณคดีทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำ หรือกลุ่มสถานที่ก่อสร้างยกหรือเชื่อมต่อกันอันมีความเป็นเอกลักษณ์ หรือแหล่งสถานที่สำคัญอันอาจเป็นผลงานฝีมือมนุษย์หรือเป็นผลงานร่วมกัน ระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ รวมทั้งพื้นที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี ซึ่งสถานที่เหล่านี้มีคุณค่าความล้ำเลิศทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ มนุษยวิทยา หรือวิทยาศาสตร์
               มรดกทางธรรมชาติ หมายถึง สภาพธรรมชาติที่มีลักษณะทางกายภาพและชีวภาพอันมีคุณค่าเด่นชัดในด้านความล้ำ เลิศทางวิทยาศาสตร์ หรือเป็นสถานที่ซึ่งมีสภาพทางธรณีวิทยาและภูมิประเทศที่ได้รับการวิเคราะห์ แล้วว่าเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชและสัตว์ ซึ่งถูกคุกคาม หรือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของพืชหรือสัตว์ที่หายาก เป็นต้น

ขั้นตอนการเสนอชื่อสถานที่
ประเทศที่ต้องการเสนอชื่อสถานที่ในประเทศของตนให้ได้รับการพิจารณาให้ขึ้น ทะเบียนเป็นมรดกโลก อันดับแรกจะต้องจัดทำบัญชีรายชื่อสถานที่ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและ วัฒนธรรมทั้งหมดภายในประเทศของตน บัญชีนี้จะเรียกว่า บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะมีเพียงสถานที่ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีนี้เท่านั้นที่จะมีสิทธิได้รับการ เสนอชื่อ ขั้นต่อมา ประเทศนั้นๆจะต้องเลือกรายชื่อสถานที่ที่ต้องการเสนอชื่อมาจากบัญชีรายชื่อ เบื้องต้น เพื่อจัดทำเป็นแฟ้มข้อมูล (Nomination File) โดยทางศูนย์มรดกโลกอาจให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการจัดทำแฟ้มข้อมูลนี้
เมื่อถึงขั้นตอนนี้ แฟ้มข้อมูลจะถูกตรวจสอบและพิจารณาจากองค์กร 2 แห่ง ได้แก่ สภานานาชาติว่าด้วยการดูแลอนุสรณ์สถานและแหล่งโบราณคดี (International Council on Monuments and Sites) และ สหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์ [3] (World Conservation Union) แล้วทั้งสององค์กรนี้จะยื่นข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการมรดกโลก ทางคณะกรรมการจะมีการประชุมร่วมกันปีละหนึ่งครั้ง เพื่อตัดสินว่าสถานที่ที่มีการเสนอชื่อแห่งใดบ้างที่ควรได้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก หรือทางคณะกรรมการอาจร้องขอให้ประเทศที่เสนอชื่อได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถาน ที่เพิ่มเติม โดยการพิจารณาว่าจะขึ้นทะเบียนสถานที่แห่งใดจะต้องมีลักษณะตามเกณฑ์มาตรฐาน ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ

มรดกไทยที่ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกแล้ว
  1. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย - ขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2534 สาเหตุที่ได้รับ
    • เป็นตัวแทนซึ่งแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันฉลาด
    • เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
  2. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ได้รับพร้อมกับ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
  3. อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ได้รับพร้อมกับ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
  4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง - ขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2534 สาเหตุที่ได้รับ
    • เป็น ตัวอย่างที่เด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทาง ธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ เช่น ภูเขาไฟ เกษตรกรรมขั้นบันได
    • เป็นแหล่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากหรือสวยงามเป็นพิเศษ เช่น แม่น้ำ น้ำตก ภูเขา
    • เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ใน สภาวะอันตราย แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความหนาแน่นของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ ความสนใจด้วย
  5. ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ - ขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2548 สาเหตุที่ได้รับ
    • เป็น ตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
สาเหตุที่ประเทศไทยลาออกจากการเป็นภาคีสมาชิกมรดกโลก
เพราะ
เห็นได้ชัดว่ายูเนสโกพยายามผลักดันแผนตัวเอง ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายไทยรับไม่ได้คือ แผนบูรณะตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งในแผนที่ยูเนสโกเสนอได้ระบุเรื่องการเข้ามาในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในอธิปไตยของไทย อยู่นอกเหนือจากตัวปราสาทพระวิหาร ขณะเดียวกันพื้นที่รอบตัวปราสาทกัมพูชาก็ได้ยึดครองบางส่วน เป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีข้อยุติชัดเจนว่าแนวเขตแดนอยู่ตรงไหน

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พรรคการเมือง

พรรคการเมือง  2554 มี40พรรคด้วยกัน


หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ


หมายเลข 2 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล


หมายเลข 3 พรรคประชาธิปไตยใหม่ ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 6 คน
หัวหน้าพรรค : นายสุรทิน พิจารณ์


หมายเลข 4 พรรคประชากรไทย ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 13 คน
หัวหน้าพรรค : นายสุมิตร สุนทรเวช


หมายเลข 5 พรรครักประเทศไทย ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 11 คน
หัวหน้าพรรค : นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์


หมายเลข 6 พรรคพลังชล ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 18 คน
หัวหน้าพรรค : รศ.เชาวน์ มณีวงษ์


หมายเลข 7 พรรคประชาธรรม ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 25 คน
หัวหน้าพรรค : นายไชยศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์


หมายเลข 8 พรรคดำรงไทย ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 13 คน
หัวหน้าพรรค : นายโชติพัฒน์ สกุลดีเชิดชู 


หมายเลข 9 พรรคพลังมวลชน ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 8 คน
หัวหน้าพรรค : นายวิษณุ อินทรพยุง


หมายเลข 10 พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ


หมายเลข 11 พรรคไทยพอเพียง ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 3 คน
หัวหน้าพรรค : นายจำรัส อินทุมาร


หมายเลข 12 พรรครักษ์สันติ ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 64 คน
หัวหน้าพรรค : พลตำรวจโทถวิล สุรเชษฐพงษ์


หมายเลข 13 พรรคไทยเป็นสุข ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 5 คน
หัวหน้าพรรค : นายประดิษฐ์ ศรีประชา


หมายเลข 14 พรรคกิจสังคม ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายทองพูล ดีไพร


หมายเลข 15 พรรคไทยเป็นไท ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 10 คน
หัวหน้าพรรค : นายพงศ์สุชิน วีระกิธพานิช (รักษาการ)
หมายเลข 16 พรรคภูมิใจไทย ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล


หมายเลข 17 พรรคแทนคุณแผ่นดิน ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 32 คน
หัวหน้าพรรค : นาย วิชัย ศิรินคร


หมายเลข 18 พรรคเพื่อฟ้าดิน ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 1 คน
หัวหน้าพรรค : นางขวัญดิน สิงห์คำ


หมายเลข 19 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 30 คน
หัวหน้าพรรค : นายโชติ บุญจริง


หมายเลข 20 พรรคการเมืองใหม่ ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 24 คน
หัวหน้าพรรค : นายสมศักดิ์ โกศัยสุข


หมายเลข 21 พรรคชาติไทยพัฒนา ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 125 คน
หัวหน้าพรรค : นายชุมพล ศิลปอาชา


หมายเลข 22 พรรคเสรีนิยม ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 8 คน
หัวหน้าพรรค : นายพุทธชาติ ช่วยราม


หมายเลข 23 พรรคชาติสามัคคี ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 9 คน
หัวหน้าพรรค : นายนพดล ชัยฤทธิ์เดช


หมายเลข 24 พรรคบำรุงเมือง ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 14 คน
หัวหน้าพรรค : นายสุวรรณ ประมูลชัย


หมายเลข 25 พรรคกสิกรไทย ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 2 คน
หัวหน้าพรรค : นายจำลอง ดำสิม


หมายเลข 26 พรรคมาตุภูมิ ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 40 คน
หัวหน้าพรรค : พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน


หมายเลข 27 พรรคชีวิตที่ดีกว่า ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 4 คน
หัวหน้าพรรค : นายวรรธวริทธิ์ ตันติภิรมย์


หมายเลข 28 พรรคพลังสังคมไทย ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 5 คน
หัวหน้าพรรค : นายวิวัฒน์ เลอยุกต์


หมายเลข 29 พรรคเพื่อประชาชนไทย ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 4 คน
หัวหน้าพรรค : นายดิเรก กลิ่นจันทร์
หมายเลข  30  พรรคมหาชน   ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ  ทั้งหมด   6 คน
              หัวหน้าพรรค : นายอภิรัต ศิรินาวิน   





 หมายเลข 31 พรรคประชาชนชาวไทย  ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ  ทั้งหมด  5 คน
              หัวหน้าพรรค : นายสุนทร ศรีบุญนาค   



หมายเลข 32 พรรครักแผ่นดิน  ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ  ทั้งหมด  1 คน 
              หัวหน้าพรรค : นายประทีป ประภัสสร   



หมายเลข 33 พรรคประชาสันติ  ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ  ทั้งหมด 34 คน 
              รักษาการแทนหัวหน้าพรรค : นายดลสวัสด์ ชาติเมธี 

  
หมายเลข 34 พรรคความหวังใหม่  ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 125 คน 
              หัวหน้าพรรค : นายชิงชัย มงคลธรรม

หมายเลข 35 พรรคอาสามาตุภูมิ  ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 3 คน
              หัวหน้าพรรค : นายมนตรี เศรษฐบุตร 


หมายเลข 36 พรรคพลังคนกีฬา  ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 103 คน
              หัวหน้าพรรค : นายวนัสธนา สัจจกุล หรือ บิ๊กหอย  



                             หมายเลข 37 พรรคพลังชาวนาไทย ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 5 คน 
                                                     หัวหน้าพรรค : นายสวัสดิ์ พบวันดี   


หมายเลข 38 พรรคไทยสร้างสรรค์  ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 4 คน
              รักษาการแทนหัวหน้าพรรค : นายวิษณุภตฆ์ พีรเจริญวงส์

 
หมายเลข 39 พรรคเพื่อนเกษตรไทย  ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 23 คน               
 รักษาการแทนหัวหน้าพรรค : นายทรงเดช สุขขำ   


หมายเลข 40 พรรคมหารัฐพัฒนา  ส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 2 คน             
หัวหน้าพรรค : นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์    


วิเคราะห์พรรคการเมือง
พรรคใหญ่มี ด้วยกัน 2พรรค ที่หน้าจะเป็นพรรคที่ได้คะแนน มากที่สุด คือ
พรรค เพื่อไทย และ พรรค ประชาธิปัตย์
จะเลือกตั้งกันวันที่ 13 ก.ค 54
ใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อหา คนดีมาบริหารประเทศเพื่อนำประเทศเข้าสู่อาเซียน